พฤติกรรมทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว




          ใครๆ ก็อยากมีผิวที่สวยและสุขภาพดี แต่บางสิ่งบางอย่างที่คุณทำเป็นประจำอาจจะเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวในตอนนี้ได้ ดังนั้นอย่าปล่อยให้มันสายเกินแก้ ลองมาดูกันเลยว่าพฤติกรรมแบบไหนบ้างที่ทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัวนั้นมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. ไม่ค่อยทาครีมกันแดด

          คุณรู้หรือไม่ ว่าครีมกันแดดถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อผิว ไม่ใช่เฉพาะกับคนที่อยู่กลางแจ้งเท่านั้น แต่คนที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และแสงจากหลอดไฟนานๆ ก็อาจได้รับรังสีจากแสงเหล่านั้นได้เช่นกัน หากคุณไม่ทาครีมกันแดดเลยก็จะประสบกับปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวแห้ง หยาบกร้าน ผิวไหม้เกรียมหรือมีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังได้ จากนั้นจึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำให้ติดเป็นนิสัย เพื่อปกป้องผิวจากปัญหาเหล่านี้ หรือสาวๆคนไหนที่แต่งหน้าเป็นประจำอยู่แล้ว ควรจะมีไอเท็มนี้เลย... Chliwhite Makeup UV base SPF 25 PA+++ 40 g ที่เป็นได้ทั้ง Makeup base และ กันแดดในตัว เรียกได้ว่าทาปุ๊บ สวยปั๊บ หน้าเนียนใส เป๊ะ พร้อมสู้แดด หน้าไม่ดรอป ไม่หมองระหว่างวันด้วยนะ


2. ละเลยการบำรุงผิว

          หลังจากที่ใบหน้าถูกชำระล้างสิ่งสกปรกออกไปแล้ว ความชุ่มชื้นก็จะออกไปด้วยเช่นกัน หลังล้างหน้าผิวหน้าของเรามีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำที่อุ้มน้ำไว้ ชั้นของผิวจะพองแทรกไปด้วยน้ำ ซึ่งเป็นช่วงที่ดีที่ผิวจะได้รับการบำรุง และสามารถดูดซับวิตามินต่างๆ ได้ดี จึงควรทาครีมเพื่อล๊อคความชุ่มชื้นของผิว หากปล่อยผิวไว้โดยไม่บำรุงเลย ผิวก็จะแห้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งนั้นและที่เป็นต้นเหตุของริ้วรอยต่างๆ 

 

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำหอม

          สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายและไม่แน่ใจจะแพ้น้ำหอมตัวนั้นหรือไม่ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมเพราะบางครั้งคุณก็ไม่ทราบว่าเป็นน้ำหอมธรรมชาติหรือสารเคมี จึงต้องกันไว้ดีกว่าแก้ ซึ่งทาง Chlitina เข้าใจถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี ดังนั้น Skincare ของเราทุกตัวจึงปราศจากน้ำหอม ได้ลองใช้แล้วจะติดใจกลิ่นธรรมชาติจากทุกผลิตภัณฑ์

 

4. พักผ่อนไม่เพียงพอ

          คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่าช่วงที่คุณนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอใบหน้าจะดูสดใสและผิวจะดูดีกว่าปกติ เพราะว่าร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง แต่การอดหลับอดนอนจะแสดงออกจากผิวหน้าได้อย่างชัดเจน หน้าของคุณจะดูโทรมและดูซูบซีด ซึ่งปัญหาผิวที่เกิดตามมาคือ สิว และจะทิ้งรอยเอาไว้ด้วย ดังนั้นจึงควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

 

5. ขัดหรือครับผิวแรงเกินไป

          การขัดผิวบ่อยหรือแรงเกินไปถือว่าเป็นการทำลายผิวหน้าโดยตรง ความถี่ที่เหมาะสมในการขัดหน้าคือ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องใช้แรงที่พอดี การที่ขัดผิวแรงๆ นั้นไม่ได้ช่วยให้ผิวใสเร็วขึ้นเลย นอกจากนี้การทิ้งระยะเวลาในการขัดหน้าจะช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์ผิวเก่าที่ถูกขัดออกไป ดังนั้นถ้าหากฝืนทำการขัดหน้าบ่อยๆ แทนที่จะทำให้หน้าใสกลับเป็นการรบกวนผิว ทำให้ใบหน้าแห้งกร้าน เกิดสิว แถมริ้วรอยยังมาเยือนอีกต่างหาก ทางที่ดีควรจะเลือกการผลัดเซลล์ผิวที่ไม่ไปรบกวนผิวหน้า โดยการเลือกใช้ครีมทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก E.P.O+ Deep Cleansing Cream 120 g ที่จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก คราบเครื่องสำอาง และผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกอย่างอ่อนโยน เแค่นี้เราก็สามารถเผยผิวใส ดูอ่อนนุ่มเหมือนวัยเยาว์ได้แน่นอน

                        

 

6. สัมผัสผิวหน้าบ่อย

          ในแต่ละวันคุณใช้มือจับนู่นจับนี้เยอะแยะ ทำให้มือมีเชื้อโรคมากมาย ซึ่งการเอามือไปจับหน้าบ่อยๆ อาจจะเร่งให้อาการสิวย่ำแย่ลง ทำให้หน้ามันยิ่งขึ้น เกิดถุงใต้ตาและอาจเป็นเหตุของโรคหวัด เพราะเชื้อโรคที่มีมือสามารถเข้าสู่ระบบหายใจทางจมูกหรือปากได้นั่นเอง

 

          เมื่อคุณได้รู้แล้วมีพฤติกรรมแบบไหนบ้างที่ผิวของคุณ คุณจะหลีกเลี่ยงและไม่ควรทำพฤติกรรมเดิมๆ อีก ไม่อย่างงั้นผิวของคุณอาจจะแย่ลกว่าเดิม และคุณก็ควรที่จะหันมาใส่ใจดูแลผิวของคุณให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพผิวขอคุณ นอกจากนี้แล้วการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้ผิวของคุณมีสุขภาพที่ดีด้วยเช่นกัน


CR.http://www.goodstory-review.com


Call Center

0-2276-4874

helpdesk.loveskinhub@gmail.com

(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ติดตามเรา
09:00 - 18:00 น.

ช่องทางการชำระเงิน
บริการจัดส่งสินค้า
EMS kerry flashexpress